================================================== -->

สมัคร บา คา ร่า เว็บ ไหน ดี1️⃣LOOK618

เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง

  • เยี่ยมชมบล็อก:311673
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 382
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-16 19:35:29
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง

ที่เก็บบทความ

2015(243)

2014(761)

2013(355)

2012(77)

การสมัครสมาชิก
pg soft png 1️⃣2021 2021-09-16 19:35:29

การจำแนกประเภท: จีน Chongyang Net

เกม บา คารา, เสี่ยมืด-สุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล ไม่ค่อยเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้หายหน้าไปไหน ไปทำงานชาวบ้าน ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เต็มไปด้วยสมาชิก อบต ผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาในชุมชน ท้องถิ่น ปัญหาด้านการเกษตร การศึกษา แหล่งน้ำ ไปจนปัญหาสังคมในชุมชน เดอะมืด ในฐานะคนการเมือง เลยถูกเชิญไปพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย เลยร่ายเป็นฉากๆ ที่ชาวบ้านอยากกลับมาเลี้ยงพร้อมกับอนุรักษ์ควายไทยนั้น ที่ชาวบ้านอยากทำเป็นเรื่องดี แต่วันนี้พื้นที่แถววังน้ำเขียว ก็เห็นอยู่ หลายพื้นที่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว จะให้ควายไปกินหญ้า กินพืช ก็หวั่นอีกว่าพวกหญ้าเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือเปล่า ไม่เฉพาะสัตว์ที่กินไปแล้วน่าจะเป็นอันตราย ตอนฝนตกชะล้างไหลลงบ่อน้ำ แหล่งน้ำทำกินของเกษตรกร ชาวบ้านก็เป็นอุปสรรค เดือดร้อนกันอีก แล้วเราจะทำอย่างไร ขอให้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน เรื่องการศึกษาวันนี้เราจะทำอย่างไร คนมีเงินก็ส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนดีๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือการสอน การสื่อสาร ตามโรงเรียนข้างนอก ก็ไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จะทำอย่างไร สุระพูดยาวตามประสานักจ้อ หนึ่งในสมาชิกที่มาฟัง จังหวะจะแลกเปลี่ยนต่อ เลยเอ่ยแซว แหมท่านโฆษกฯ ข้อมูลดีเยี่ยม แต่ไม่รู้อย่างเดียว วันนี้ลูกเมียไปอยู่ไหน เดอะมืด เลยบอกอย่างอารมณ์ดี พอแลกเปลี่ยนกันจบ มีสมาชิกบางคนมาถาม ท่านๆ ตกลงลูกเมียท่านไปอยู่ไหน เมียพาลูกหนี เขาหนีไปหรือ ไอ้เราเลยต้องบอกลูกเมียอยู่ไหน หมายถึงผมยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่ได้ว่าเขาหนีไป ไขความกระจ่าง ทำให้เข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นถูกเข้าใจผิด ท่านโฆษกฯ ลูกเมียหนีไปแล้ว แย่เลย(ฮ่าๆ) กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง mm88 ออนไลน์อย่างไรก็ตามเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนจากการค้าโลกที่กำลังเกิดขึ้น ธนาคารได้ออกสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขาย 50-500 ล้านบาท 2 โครงการ ได้แก่ สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อธุรกิจขนาดกลาง เป็นเงินหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออก วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยปีแรกขั้นต่ำที่ 425% ต่อปี ปีสอง 475% ปีที่ 3 เป็นต้นไปเป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมให้วงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หลักประกันขั้นต่ำ 35% และบุคคลค้ำประกัน ผมเห็นคลิปประกาศรับ นักการทูตรุ่นใหม่ ของกระทรวงต่างประเทศในโซเชียลมีเดียวันก่อนแล้ว ต้องบอกว่าเป็นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ นี่คือความพยายามก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ควรแก่การติดตามอย่างยิ่ง

เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง เพื่อบอกยกเลิก ๓ โครงการ มูลค่ากว่า ๒ หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาเลย์ตกลงไว้กับจีน สมัยนายกฯ นาจิบ บา คา ร่า ขั้น ต่ำ 100 กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง ญาติร้องหลานชายทหารเกณฑ์ถูกซ้อมในค่ายทหาร ก่อนถูกหามเข้าห้องไอซียู รพอานันทมหิดล หมอเผยโอกาสรอดแค่ 30% หัวใจหยุดเต้น 2-3 ครั้งต้องปั๊มช่วย ผบทบแจงเป็นเรื่องพลทหารทะเลาะกันเอง ยันระบบซ่อมไม่มีอีกแล้ว ด้าน ผบกองพันเผยสั่งขังคนทำผิดพร้อมพาญาติเข้าแจ้งความ แต่ยอมรับดูแลลูกน้องไม่ดี เพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน เปิดเผยว่า นายคชา พะชะ อายุ 22 ปี เป็นทหารเกณฑ์ ถูกทหารรุ่นพี่ 3 คนซ้อมในค่าย อาการปางตาย ถูกส่งตัวด่วนเข้าห้องไอซียู รพอานันทมหิดล จลพบุรี เมื่อคืนวันที่ 21 สค โดยแม่ของพลทหารคชาเล่าว่า มีเพื่อนทหารแอบโทรมาบอกว่าลูกชายถูกทหารรุ่นพี่ทำร้าย จึงติดต่อไปยังผู้บังคับบัญชา ทราบว่าได้ควบคุมตัวทหารที่ทำร้ายไว้แล้ว ต่อมา นสกาญจนาภรณ์ สีหะวงค์ น้าสาวของนายคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จลพบุรีให้รายละเอียดว่า เมื่อเวลา 2200 น วันที่ 21 สค ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์ติดต่อนางรุ่งฤดู สีหะวงค์ อายุ 45 ปี แม่พลทหารคชา ว่าลูกชายถูกนำส่ง รพอานันทมหิดล เนื่องจากมีอาการน็อกระหว่างออกไปซ้อม หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่า พลฯ คชาหัวใจหยุดเต้น ซึ่งแพทย์ได้ปั๊มหัวใจมา 15 นาทีแล้ว ญาติจะอนุญาตให้ปั๊มหัวใจต่อหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดเหตุซี่โครงหักได้ จึงได้แจ้งไปว่าให้ปั๊มจนกว่าหัวใจจะเต้น จากนั้นทุกคนก็เดินทางจากบ้านพักใน อศรีราชา จชลบุรี ไปยัง รพถึงราว 6 โมงเช้า พบว่าพลฯ คชาอยู่ในห้องไอซียูและใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์แจ้งว่าโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้แม่ทำใจ ถ้าฟื้นขึ้นมาอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะสมองขาดออกซิเจนนาน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไป 2-3 ครั้ง ตอนมาถึงโรงพยาบาลก็มีอาการไตวายด้วย นสกาญจนาภรณ์กล่าวว่า ในช่วงสายได้มีนายทหารยศพันโทโทรศัพท์ติดต่อมา ยอมรับว่าหลานชายไม่ได้น็อกไปเอง แต่มีพลทหารรุ่นพี่ 3 คนทำการซ่อม และได้จับทั้ง 3 คนขังคุกทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินคดีอะไร เบื้องต้นทั้ง 3 คนรับสารภาพว่าซ่อมรุ่นน้องจริง นายทหารคนดังกล่าวยังบอกว่าจะรักษาและดูแลเต็มที่ แต่ไม่อยากให้เป็นข่าว หลังจากนั้นญาติจึงได้พลิกร่างพลฯ คชา พบว่าบริเวณหน้าอกและเอวมีรอยช้ำบวม น้าของพลฯ คชายังระบุว่า เวลาต่อมาได้มีทหารมาที่ห้องไอซียู ห้ามทุกคนถ่ายภาพพลฯ คชา และจนถึงขณะนี้ อาการของ พลฯ คชายังทรงตัว ทำให้ครอบครัวร้อนใจอยากย้ายโรงพยาบาล แต่ก็มีนายทหารพยายามเกลี้ยกล่อมให้อยู่ต่อ ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และเร่งรัดพาหลานชายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน สำหรับพลฯ คชา มีภรรยาแล้ว มีลูกสาว 1 คน และขณะนี้ภรรยากำลังตั้งท้องคนที่ 2 เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จลพบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่เป็นการซ่อม เท่าที่ทราบเป็นการวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันและบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าระบบซ่อมต่างๆ ไม่มีแล้ว อาจจะเป็นไปได้คนอยู่ด้วยกันทุกวันอาจทะเลาะเบาะแว้งชกต่อยกัน เป็นเรื่องเฉพาะตัวซึ่งหน่วยก็ดำเนินการไปแล้ว ส่วนกรณีญาติไปร้องนายกรัฐมนตรีนั้น ตนจะตรวจสอบรายละเอียดให้ ไม่ต้องกังวล เรื่องเหล่านี้เป็นนโยบาย เรื่องการซ่อม การทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาอาจจะมีบ้างที่มีความขัดแย้งในกลุ่มทหารด้วยกันเอง แต่ถ้าใครผิดก็ดำเนินการทั้งวินัยและอาญา ขณะที่ พทมลชัย ยิ้มอยู่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จลพบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก็ได้นำพลทหารคชาส่งโรงพยาบาล ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ ส่วนผู้ที่กระทำความผิด คือพลทหารด้วยกันเอง 3 นาย ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับกองพันก็ไม่ได้ปิดบังความผิดตั้งแต่ต้น ซึ่งสามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา โดยขณะนี้การดำเนินการทางวินัยได้สั่งลงโทษพลทหารทั้ง 3 นายไปแล้ว รวมถึงนายสิบเวรที่กำกับดูแลพลทหารเหล่านั้นด้วย ส่วนโทษทางอาญาเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ได้พาครอบครัวไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองลพบุรี เรียบร้อยแล้ว และครอบครัวของพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้เจอตัวลูกชายของเขาแล้ว พลทหารทั้ง 3 นายได้สารภาพว่าเป็นผู้กระทำ โดยเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันเอง สิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง และครอบครัวพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ขอบคุณที่ดูแลลูกชายเขาเป็นอย่างดี แต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับกองพันก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าดูแลลูกน้องไม่ดี พทมลชัยกล่าว

อ่าน(106) | แสดงความคิดเห็น(858) | ส่งต่อ(336) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

อู๋หยวนจื่อ 2021-09-16

จักรพรรดิ Tianguang เสี่ยอ้วนลั่นฆ่าน้องสปาย-ฟอส เพราะแค้นถูกหยามศักดิ์ศรี มอบเงินให้พ่อแม่สาว 7 ล้านเป็นค่าสินสอดหมั้น แต่กลับเบี้ยว เผยวางแผนจะฆ่าแม่สปายอีกคน แต่ไม่สำเร็จ ด้านแม่น้องสปายโต้ ได้รับมาแค่ล้านเดียว ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภนาจอมเทียน จชลบุรี สถานที่ควบคุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน จอมบงการฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ ว่า พนักงานสอบสวน บชภ2 ได้สอบปากคำเสี่ยอ้วนในช่วงเช้า ซึ่งมีรายงานว่า เสี่ยอ้วนยืนยันได้ให้เงินแก่แม่ นสปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าสินสอดในการหมั้นน้องสปาย รวมทั้งบ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ และค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน แต่ทางแม่น้องสปายกลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ โดยทีแรกตั้งใจจะให้ทนายความฟ้องร้อง แต่ด้วยความแค้น จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะมุ่งสังหารน้องสปายกับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส แล้ว ยังวางแผนที่จะฆ่าแม่น้องสปายด้วย แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งเวลา 1500 น พตออาทร ชิ้นทอง ผกกสภนาจอมเทียน กับพวก ควบคุมตัวเสี่ยอ้วน ทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะจะเดินทางไปยังศาล เสี่ยอ้วนได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนมีหลักฐานเป็นสลิปในการโอนเงินกว่า 7 ล้านบาทให้พ่อแม่น้องสปาย และได้ส่งมอบสลิปดังกล่าวให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตรแล้ว และได้มอบให้ญาติดำเนินการฟ้องร้องต่อไป เสี่ยอ้วนยังกล่าวด้วยว่า ตนเชื่อแล้วในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ และได้กราบขอขมาแล้ว โดยวันที่ยิงน้องสปายและนายฟอส กระสุน 3 นัดยิงไม่ออก ผมไม่เคยถูกหยาม ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี จึงมอบความตายให้ เสี่ยอ้วนกล่าวถึงสาเหตุก่อคดีสะเทือนขวัญ ด้านนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเงิน 7 ล้านบาทที่เสี่ยอ้วนอ้างว่ามอบให้เป็นค่าสินสอดนั้น ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือเสี่ยอ้วนโอนเงินมาให้ 1 ล้านบาท และได้ถามลูกสาวแล้ว ลูกบอกว่าเสี่ยอ้วนให้โดยเสน่หา ตนจึงนำเงินไปซื้อรถ ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปทำศพ ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมูลด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 สค ขณะนำตัวเสี่ยอ้วนทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ปรากฏว่านายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภนาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน มีอาการเหมือนถูกผีเข้า สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้าชมการทำแผน นายอภินันท์ภูศิตเปิดเผยว่า ขณะยืนรักษาความปลอดภัยก่อนถึงเวลาทำแผนไม่ถึง 10 นาที ได้มีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติ และถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาลจึงฟื้นคืนสติ โดยผลตรวจก็ออกมาว่าร่างกายปกติ ขณะที่เพื่อนตำรวจที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ปัสสาวะรดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด จากนั้นก็ร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน พร้อมร่ายรำด้วย ตนจึงคิดว่าอาจเป็นวิญญาณน้องฟอสมาสิงร่าง

กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง

แก้ไขการแต่งหน้า 2021-09-16 19:35:29

ด้าน พีนารายี วิชายัน มุขมนตรีรัฐเกรละ เรียกร้องให้มีการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่างรัฐบาลเกรละกับรัฐบาลกลางเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งนี้

จักรพรรดิซ่งเจ๋อจงจ้าว 2021-09-16 19:35:29

เสี่ยอ้วนลั่นฆ่าน้องสปาย-ฟอส เพราะแค้นถูกหยามศักดิ์ศรี มอบเงินให้พ่อแม่สาว 7 ล้านเป็นค่าสินสอดหมั้น แต่กลับเบี้ยว เผยวางแผนจะฆ่าแม่สปายอีกคน แต่ไม่สำเร็จ ด้านแม่น้องสปายโต้ ได้รับมาแค่ล้านเดียว ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภนาจอมเทียน จชลบุรี สถานที่ควบคุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน จอมบงการฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ ว่า พนักงานสอบสวน บชภ2 ได้สอบปากคำเสี่ยอ้วนในช่วงเช้า ซึ่งมีรายงานว่า เสี่ยอ้วนยืนยันได้ให้เงินแก่แม่ นสปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าสินสอดในการหมั้นน้องสปาย รวมทั้งบ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ และค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน แต่ทางแม่น้องสปายกลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ โดยทีแรกตั้งใจจะให้ทนายความฟ้องร้อง แต่ด้วยความแค้น จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะมุ่งสังหารน้องสปายกับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส แล้ว ยังวางแผนที่จะฆ่าแม่น้องสปายด้วย แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งเวลา 1500 น พตออาทร ชิ้นทอง ผกกสภนาจอมเทียน กับพวก ควบคุมตัวเสี่ยอ้วน ทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะจะเดินทางไปยังศาล เสี่ยอ้วนได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนมีหลักฐานเป็นสลิปในการโอนเงินกว่า 7 ล้านบาทให้พ่อแม่น้องสปาย และได้ส่งมอบสลิปดังกล่าวให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตรแล้ว และได้มอบให้ญาติดำเนินการฟ้องร้องต่อไป เสี่ยอ้วนยังกล่าวด้วยว่า ตนเชื่อแล้วในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ และได้กราบขอขมาแล้ว โดยวันที่ยิงน้องสปายและนายฟอส กระสุน 3 นัดยิงไม่ออก ผมไม่เคยถูกหยาม ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี จึงมอบความตายให้ เสี่ยอ้วนกล่าวถึงสาเหตุก่อคดีสะเทือนขวัญ ด้านนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเงิน 7 ล้านบาทที่เสี่ยอ้วนอ้างว่ามอบให้เป็นค่าสินสอดนั้น ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือเสี่ยอ้วนโอนเงินมาให้ 1 ล้านบาท และได้ถามลูกสาวแล้ว ลูกบอกว่าเสี่ยอ้วนให้โดยเสน่หา ตนจึงนำเงินไปซื้อรถ ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปทำศพ ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมูลด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 สค ขณะนำตัวเสี่ยอ้วนทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ปรากฏว่านายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภนาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน มีอาการเหมือนถูกผีเข้า สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้าชมการทำแผน นายอภินันท์ภูศิตเปิดเผยว่า ขณะยืนรักษาความปลอดภัยก่อนถึงเวลาทำแผนไม่ถึง 10 นาที ได้มีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติ และถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาลจึงฟื้นคืนสติ โดยผลตรวจก็ออกมาว่าร่างกายปกติ ขณะที่เพื่อนตำรวจที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ปัสสาวะรดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด จากนั้นก็ร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน พร้อมร่ายรำด้วย ตนจึงคิดว่าอาจเป็นวิญญาณน้องฟอสมาสิงร่าง, คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!。บิ๊กตู่ ไม่ปลื้มค้านโทษประหาร เผือกร้อน 7 ว่าที่ กสม ในมือ สนช 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

นัมโนะ 2021-09-16 19:35:29

ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น, เสี่ยอ้วนลั่นฆ่าน้องสปาย-ฟอส เพราะแค้นถูกหยามศักดิ์ศรี มอบเงินให้พ่อแม่สาว 7 ล้านเป็นค่าสินสอดหมั้น แต่กลับเบี้ยว เผยวางแผนจะฆ่าแม่สปายอีกคน แต่ไม่สำเร็จ ด้านแม่น้องสปายโต้ ได้รับมาแค่ล้านเดียว ห้วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภนาจอมเทียน จชลบุรี สถานที่ควบคุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน จอมบงการฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ ว่า พนักงานสอบสวน บชภ2 ได้สอบปากคำเสี่ยอ้วนในช่วงเช้า ซึ่งมีรายงานว่า เสี่ยอ้วนยืนยันได้ให้เงินแก่แม่ นสปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย จำนวน 7 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าสินสอดในการหมั้นน้องสปาย รวมทั้งบ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ และค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน แต่ทางแม่น้องสปายกลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ โดยทีแรกตั้งใจจะให้ทนายความฟ้องร้อง แต่ด้วยความแค้น จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะมุ่งสังหารน้องสปายกับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส แล้ว ยังวางแผนที่จะฆ่าแม่น้องสปายด้วย แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งเวลา 1500 น พตออาทร ชิ้นทอง ผกกสภนาจอมเทียน กับพวก ควบคุมตัวเสี่ยอ้วน ทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะจะเดินทางไปยังศาล เสี่ยอ้วนได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนมีหลักฐานเป็นสลิปในการโอนเงินกว่า 7 ล้านบาทให้พ่อแม่น้องสปาย และได้ส่งมอบสลิปดังกล่าวให้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตรแล้ว และได้มอบให้ญาติดำเนินการฟ้องร้องต่อไป เสี่ยอ้วนยังกล่าวด้วยว่า ตนเชื่อแล้วในความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ และได้กราบขอขมาแล้ว โดยวันที่ยิงน้องสปายและนายฟอส กระสุน 3 นัดยิงไม่ออก ผมไม่เคยถูกหยาม ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี จึงมอบความตายให้ เสี่ยอ้วนกล่าวถึงสาเหตุก่อคดีสะเทือนขวัญ ด้านนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของน้องสปาย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเงิน 7 ล้านบาทที่เสี่ยอ้วนอ้างว่ามอบให้เป็นค่าสินสอดนั้น ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือเสี่ยอ้วนโอนเงินมาให้ 1 ล้านบาท และได้ถามลูกสาวแล้ว ลูกบอกว่าเสี่ยอ้วนให้โดยเสน่หา ตนจึงนำเงินไปซื้อรถ ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปทำศพ ผู้สื่อข่าวยังได้รับข้อมูลด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 สค ขณะนำตัวเสี่ยอ้วนทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ปรากฏว่านายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภนาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน มีอาการเหมือนถูกผีเข้า สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้าชมการทำแผน นายอภินันท์ภูศิตเปิดเผยว่า ขณะยืนรักษาความปลอดภัยก่อนถึงเวลาทำแผนไม่ถึง 10 นาที ได้มีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติ และถูกส่งตัวส่งโรงพยาบาลจึงฟื้นคืนสติ โดยผลตรวจก็ออกมาว่าร่างกายปกติ ขณะที่เพื่อนตำรวจที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ปัสสาวะรดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด จากนั้นก็ร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน พร้อมร่ายรำด้วย ตนจึงคิดว่าอาจเป็นวิญญาณน้องฟอสมาสิงร่าง。ล่าชื่อถอด กต ทะลุเป้า ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

เก้า Lanshu 2021-09-16 19:35:29

นายชาญณรงค์ ปันนันศรี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทธสวรรค์ เชียงใหม่ อาสาขับรถกู้ภัยติดตามให้สัญญาณกับรถที่สัญจรผ่านไปมาพร้อมกับส่งนายศักดิ์ชัยจนถึงอำเภอจอมทอง และนำเถ้ากระดูกแฟนสาวเข้าทำบุญที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง ก่อนที่จะพักผ่อนที่บริเวณเชิงดอยอินทนนท์ หลังจากนั้นจึงจะเดินทางต่อขึ้นดอยอินทนนท์ในวันต่อไป,ล่าสุดได้เดินเท้าออกจากอำเภอดอยหล่อ เหลือระยะทางอีกราว 10 กิโลเมตรจะเข้าสู่เขต อำเภอจอมทอง จเชียงใหม่ ตลอดทางมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมาให้กำลังใจนำอาหารและเงินมามอบให้ บางคนประทับใจจนน้ำตาซึม ก่อนเจ้าตัวจะพักที่ตัวอำเภอจอมทองก่อนมุ่งขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาที่จากไปไม่มีวันหวนกลับมาเมื่อปลายปี 2559。 คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!。

ฮิโรเสะ ไตร่ตรอง 2021-09-16 19:35:29

เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง , ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น。 คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ฝาก 10 บาท รับ 100 2020 1️⃣2021| slot678 auto 1️⃣2021| ufabet ท รู วอ เลท1️⃣M98| slot game ทดลอง เล่น ฟรี1️⃣LOOK618| slot ออนไลน์ เครดิต ฟรี1️⃣M98| ฝาก 10 รับ 100 ทำ 200 ถอน ได้ 10สล็อต jdb1️⃣LOOK618| pg slot 1 บาท 1️⃣2021| เม กา 8881️⃣LOOK618| รับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก เงิน1️⃣M98| joker123th login1️⃣LOOK618| แอ พ สล็อต 777 1️⃣2021| สล็อต xo ออ โต้1️⃣LOOK618| xo slot login1️⃣M98| 888sagame1️⃣LOOK618| โหลด สล็อต xo1️⃣LOOK618| 8pg slot1️⃣M98| ฝาก 100 รับ ฟรี ส ปิ น1️⃣M98| 918 ฟรี 501️⃣LOOK618| gclub royal1688 slot 1️⃣2021| gclub888888vip1️⃣LOOK618| slotxo ออ โต้ 1️⃣2021| เครดิต ฟรี แค่ สมัคร 2020 ล่าสุด1️⃣M98| เครดิต ฟรี bk81️⃣M98| สมัคร เล่น บา ค่า ร่า w881️⃣LOOK618| เล่น เกม ยิง ปลา ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| 7777slot 1️⃣2021| slot pg kup1️⃣M98| เกมส์ money train อยู่ ค่าย ไหน1️⃣M98| สมัค puss8881️⃣LOOK618| ทาง เข้า ae3331️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 3 แชร์1️⃣LOOK618| เว็บ สล็อต ใหญ่ ที่สุด 1️⃣2021| เว็บ เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์ ล่าสุด 20211️⃣M98| สมัคร เกม สล็อต เงิน จริง1️⃣M98| slot เกม ไหน ดี1️⃣LOOK618| เกมส์ 888 1️⃣2021| โปร ฝาก 50 รับ 200 ถอน ไม่ อั้น 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ฝาก1️⃣M98| สล็อต xo 24 1️⃣2021| joker ฟรี เครดิต 50 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี 300 ไม่ ต้อง ฝาก 2562 1️⃣2021| ฝาก ขั้น ต่ำ 100 บาท 1️⃣2021| gold88club ดาวน์โหลด1️⃣LOOK618| slotxo 3311️⃣M98| gclub8 gclubet1️⃣M98| slot24th pg slot1️⃣LOOK618| ดาว โหลด เกม xoslot1️⃣M98| sa slot777 1️⃣2021| สล็อต โจ๊ก เกอร์ xo เกมส์ romaมาเฟีย 1681️⃣M98| joker2929 เข้า สู่ ระบบ facebook 1️⃣2021| สล็อต ยู ฟ่า 8881️⃣LOOK618| เกม ค่าย jili1️⃣M98| ทาง เข้า databet28 1️⃣2021| joker ฟรี เครดิต 50 1️⃣2021| ฝาก 100 บาท รับ 1001️⃣LOOK618| อบ ต 88 slot1️⃣LOOK618| สมัคร เล่น คา สิ โน1️⃣LOOK618| joker 388net1️⃣LOOK618| srb3651️⃣M98| เกม บา คา ร่า คือ 1️⃣2021| สมัคร เกม สล็อต โร ม่า 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 1 บาท โบนัส 99 2020 ล่าสุด 1️⃣2021| joker8891️⃣LOOK618| slotxo xo1️⃣M98| สมาชิก เก่า รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| เล่น ฟรี สล็อต1️⃣LOOK618| 88 สล็อต 1️⃣2021| ยิง ปลา slotxo 1️⃣2021| luca99th 1️⃣2021| royal casino online มือ ถือ 1️⃣2021| แจก เครดิต เล่น ฟรี 1000 ถอน ได้1️⃣LOOK618| gclub88 ฟรี เครดิต1️⃣M98| sa ฟรี 1001️⃣M98| สล็อต ยิง ปลา ฝาก ขั้น ต่ํา 100 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต ค่าย rt1️⃣LOOK618| cq9 สล็อต1️⃣LOOK618| ฝาก 30 ฟรี 100 1️⃣2021| ufa win9991️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ยิง ปลา jdb1️⃣M98| เครดิต ฟรี สล็อต pg1️⃣M98| slot joker 88 1️⃣2021| ฝาก 40 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น1️⃣LOOK618| joker jackpotxo 1️⃣2021| super slot 88881️⃣LOOK618| fifa55 ฝาก ขั้น ต่ํา 501️⃣LOOK618| เครดิต ยิง ปลา ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| joker999th1️⃣LOOK618| สล็อต gclub โอน ผ่าน วอ เลท ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| เกม ไพ่ ค่า สิ โน1️⃣LOOK618| allstar55ns 1️⃣2021| บา คา ร่า 1471️⃣M98| royal casino online มือ ถือ 1️⃣2021| ufa scg881️⃣LOOK618| mafia ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618|